เป็นสื่อพลเมืองที่ผลิตขึ้นโดยชุมชน เพื่อชุมชน และชุมชนเป็นเจ้าของ รวมทั้งเป็นสื่อที่มีความเป็นอิสระทั้งในด้านความคิด สิทธิ และเสรีภาพ ด้วยการเป็นกระบอกเสียง ติดตาม รายงานปัญหาต่างๆ ของผู้ได้รับผลกระทบที่ต้องต่อสู้กับวิธีคิด และนโยบายปฏิบัติที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานภาครัฐ ทั้งในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดินทำกิน และการถูกละเมิดสิทธิในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น วัตถุประสงค์การนำเสนอ เพื่อสะท้อนให้สังคมโดยรวมรับรู้ และเข้าใจ เพื่อเป็นแนวทางไปสู่การแก้ไขปัญหาที่จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อวิถีการดำเนินชีวิตอันปกติสุขของประชาชน...

 สำนักข่าวปฏิรูปที่ดิน
  จับตาปัญหาที่ดิน
  กฏหมายสิทธิมนุษยชน
  บทความกฏหมาย
  ข่าวกฏหมายสิทธิมนุษยชน
  ข่าว
  ประชาสัมพันธ์
  บทความ
  กวีลุ่มน้ำเซิน
  ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์
  วัฒนธรรมพื้นบ้าน

สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน

 สถิติการเข้าชม

 เว็บเพื่อนบ้าน
     ข่าว
9 ปี การต่อสู้เพื่อสิทธิที่ดินชุมชนบ่อแก้ว (อ่าน 338 )

Facebook  

ทุกวันที่ 17 กรกฎาคม ชาวบ้านบ่อแก้วจะถือเอาเป็นวันกำเนิดของชุมชน โดยทุกปีจะมีตัวแทนสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.) จำนวนทั้งหมด 25 ชุมชน ประกอบด้วยจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น ร้อยเอ็ด ยโสธร และศรีสะเกษ มาเข้าร่วมเพื่อแลกเปลี่ยนสรุปบทเรียนการต่อสู้ในสิทธิที่ดินทำกิน และรำลึกถึงสิ่งที่ร่วมกันต่อสู้ในสิทธิที่ดินทำกินของผู้เดือดร้อนที่สามารถร่วมกันเข้ายึดที่ดินทำกินเดิมกลับคืนมา

และในวาระครบรอบ 9 ปี ครั้งนี้ ชาวบ้านบ่อแก้วได้กำหนดกิจกรรมจัดงานขึ้นในวันที่ 16 ก.ค.61 ได้เชิญตัวแทนองค์กรชุมชนแก้ไขปัญหาที่ดินภาคอีสาน (คอ.ปอ.) กลุ่มสร้างสรรค์ชีวิตและสังคมอีสาน (กสส.) เข้าร่วมเวทีสัมมนาแลกเปลี่ยนสถานการณ์ปัญหาที่ดินและข้อเสนอเชิงนโยบายต่อภาครัฐ โดยมี ดร.อลงกรณ์ อรรคแสง อาจารย์ประจำวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และ ผศ.ดร.อนุสรณ์ พัฒนศานส์ ร่วมเป็นวิทยากร และในวันที่17 ก.ค.61 เริ่มจากในช่วงเช้า จะเป็นการร่วมกันทำบุญตักบาตรนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 5 รูป มาประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนา เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมทั้งถวายภัตตราหารแด่พระสงฆ์


นอกจากนี้ อาจารย์ สุนีย ไชยรส พร้อมทั้งนักศึกษามหาวิทยาลัยรังสิต รวม 4 คน เดินทางมาร่วมเรียนรู้ศึกษาวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์การต่อสู้ของชุมชน รวมทั้งวงดนตรีสเลเต จากจังหวัดอุบลราชธานีมาบรรเลงบทเพลงแนวรบด้านวัฒนธรรม ให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมตลอดทั้ง 2 วัน

นายนิด ต่อทุน ประธานโฉนดชุมชนบ้านบ่อแก้ว ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ เล่าว่า จากการถูกขับไล่อพยพที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม นำมาสู่ความเดืออดร้อนทำให้ไม่มีที่ดินทำกิน หลายคนต้องไปเป็นแรงงานรับจ้าง และหลังจากได้มีการลงตรวจสอบสิทธิ์การใช้ประโยชน์ที่ดินร่วมกับ อ.อ.ป.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีมติที่ประชุมร่วมกันว่าให้ยกเลิกสวนป่ายูคาฯ และคืนที่ดินทำกินให้ผู้เดือดร้อน แต่ อ.อ.ป.ไม่ยอมมอบคืนให้ และในการปฏิบัติได้ส่งคนติดตามเพื่อหาข่าวความเคลื่อนไหวชาวบ้านตลอดเวลา ซึ่งก่อนเข้ายึดพื้นที่ประมาณ 5 วัน ได้ร่วมกันวางแผนปล่อยข่าวลวงไปยังที่ต่างๆ เช่น เวลาไปซื้อของที่ร้านค้าหรือเจอใครที่รู้จัก จะแกล้งพูดเพื่อให้มีการบอกต่อๆกันว่าจะเข้ายึดสำนักงานสวนป่าฯ เมื่อ อ.อ.ป.ได้รับข่าว ได้เสริมกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาจากหลายจังหวัดในภาคอีสานและตำรวจ รวมกว่า 200 นาย มาประจำการที่สำนักงานสวนป่าคอนสาร

ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 17 ก.ค.ปี 52 เป็นวันที่ฝนตกหนักมาก พวกเราที่ได้รับผลกระทบ 200 กว่าคน จัดแบ่งกำลังออกเป็น 3 ทาง เพื่อปฏิบัติการเข้ามายึดพื้นที่พร้อมกันตรงบริเวณลำห้วยโปร่ง ตั้งอยู่ห่างจากสำนักงานฯประมาณ 3 กิโลเมตร

ประธานโฉนดชุมชนบ้านบ่อแก้ว เล่าอีกว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่ป่าไม้และตำรวจ นำกำลังเข้ามาผลักดันให้ออก แต่พวกเราได้เตรียมการรักษาความปลอดภัยโดยได้จัดชุดการ์ดมีทั้งผู้หญิงและผู้ชายประสานมือกันยืนเรียงแถวหน้ากระดานดันเจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุมและทำร้ายได้ เจ้าหน้าที่จึงตั้งแคมป์ปิดล้อมทางเข้าออกไว้เป็นเวลาหนึ่งเดือนกว่า ในช่วงที่ถูกปิดล้อมอยู่ในพื้นที่ที่พวกเราเข้ายึดมาได้รวมจำนวนประมาณ 98 ไร่ จึงได้ประกาศจัดตั้งเป็นชุมชนบ่อแก้วขึ้นมาเพื่อแสดงสัญลักษณ์ในความเป็นเจ้าของ และได้มีการได้ร่วมกันพลิกฟื้นผืนดินให้คืนสู่ความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง โดยได้เอาต้นไผ่เลี้ยง 3 ฤดู และกล้วย เข้ามาปลูกแทนที่ต้นยูคาฯ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ถอนกำลังออกไปหลังจากที่ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดภูเขียว จำนวน 31 คน ข้อหาบุกรุกป่าสงวนแงชาติภูซำผักหนาม โดยมีนายนิด ต่อทุน เป็นจำเลยที่ 1 ซึ่งในปัจจุบันคดีอยู่ในระหว่างการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา
]

นายนิด กล่าวอีกว่า เส้นทางการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นธรรมของสมาชิกชุมชนบ่อแก้ว ไม่เคยหยุดนิ่งในการต่อสู้เพื่อสิทธิที่ดินทำกินที่สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตของชุมชนมาตลอดจนถึงครบรอบ 9 ปี ด้วยทำการผลิตในรูปแบบการเกษตรอินทรีย์ ทั้งในที่ดินส่วนบุคคล และที่ดินที่เป็นสิทธิของชุมชนที่สมาชิกได้ทำแปลงรวมร่วมกัน โดยปลูกผักพื้นบ้าน และไม้ยืนต้น เป็นการช่วยกันรักษาและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งต่างกับพืชเศรษฐกิจ เช่น ต้นยูคาฯ ที่ อ.อ.ป.นำเข้ามาปลูกเป็นอย่างมาก และปัจจุบันชุมชนบ่อแก้วได้ก้าวไปสู่การพัฒนาที่อยู่อาศัย ควบคู่ไปกับทำการผลิตปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงทางอาหาร และเพื่อนำมาเป็นรายได้หล่อเลี้ยงชีพในครอบครัว 


ข้อมูลเพิ่มเติมในกระบวนการต่อสู้เพื่อที่ดินของชุมชนบ่อแก้ว

ทั้งนี้ ชุมชนบ่อแก้ว ได้รับผลกระทบและสูญเสียที่ดินทำกินมานับแต่ปี 2521 หลังจากที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ได้รับสัมปทานปลูกสร้างสวนป่า ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนาม จำนวนทั้งสิ้น 4,401 ไร่ แต่การดำเนินการกลับเข้ามายึดที่ของชาวบ้านไปปลูกยูคาลิปตัส ส่งผลให้หลายครอบครัวต้องถูกอพยพจากที่ดินทำกิน

ปี 2547 ผู้เดือดร้อนในเขตอำเภอคอนสาร ได้รวมตัวกันในนาม“เครือข่ายองค์กรชาวบ้านอนุรักษ์ลุ่มน้ำเซิน (คอซ.)”ทำการชุมนุมที่หน้าสำนักงานสวนป่าคอนสาร ในวันที่ 9 – 11 พ.ย.47 และต่อมาได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.)ในปี 2549

ในช่วงปี พ.ศ. 2548 – 2552 ร่วมผลักดันให้เกิดกลไกการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีหน่วยงานรัฐร่วมกับฝ่ายประชาชน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.)รวมทั้งหน่วยงานระดับท้องถิ่น ร่วมกันลงตรวจสอบพื้นที่ และเมื่อวันที่ 29 ธ.ค.51 มีการประชุมประชาคมตำบลทุ่งพระ มีมติให้ยกเลิกสวนป่าคอนสาร และให้ดำเนินการจัดสรรที่ดินให้กับผู้เดือดร้อน ในระหว่างการแก้ไขปัญหาจนกว่าจะได้ข้อยุติ ให้ผู้เดือดร้อนสามารถเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ได้ จำนวนเนื้อที่1,500 ไร่

แต่ในทางปฎิบัติ อ.อ.ป.ไม่ดำเนินการส่งมอบที่ดินทำกินให้ ในวันที่ 17 ก.ค.52 ผู้เดือดร้อนจึงได้เข้ายึดพื้นที่ทำกินเดิมมาได้ประมาณ 90 ไร่ และจัดตั้ง “ชุมชนบ่อแก้ว” ต่อมาในวันที่ 27 ส.ค.2552 อ.อ.ป.เป็นโจทก์ยื่นฟ้องดำเนินคดีรวม 31 ราย ในข้อกล่าวหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าภูซำผักหนาม ปัจจุบันสถานภาพคดีอยู่ระหว่างการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา

26 ส.ค.57 เจ้าหน้าที่ป่าไม้และทหาร เข้ามาปิดประกาศ คำสั่ง คสช.ที่ 64/57 ให้รื้อถอน อพยพออกจากพื้นที่ ตามนโยบาย ทวงคืนผืนป่า ชาวบ้านจึงได้ยื่นหนังสือเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งร่วมประชุมหารือเพื่อแก้ไขปัญหาในนามขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรมกับหน่วยงานรัฐ  เพื่อให้หัวหน้า คณะ คสช.พิจารณาสั่งการเพื่อยกเลิกหนังสือคำสั่งบังคับให้ออกจากพื้นที่ และเพื่อให้พิจารณารับรองแผนการจัดการที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนโดยชุมชน ในพื้นที่นำร่องโฉนดชุมชน บนเนื้อที่ 1,500 ไร่ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชนในปี 2553 นำที่ดินมาบริหารจัดการเพื่อการมีส่วนร่วมของชุมชน ที่สมาชิกมีกฎ ระเบียบ กติกา ร่วมกันปฏิบัติ เช่น ไม่นำที่ดินไปทำธุรกิจอุตสาหกรรมและที่ดินสมารถตกทอดกันได้เฉพาะบุคคลในครอบครัวหรือสมาชิก ชุมชนมีการฟื้นฟู ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมีการผลลิตในรูปรูปแบบเกษตรอินทรีย์ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร

วันที่ 2 – 12 พ.ค.61 ชาวบ้านชุมชนบ่อแก้วเข้าร่วมชุมนุมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) เพื่อติดตามแนวทางแก้ไขปัญหา กระทั่งวันที่ 12 พ.ค.61 พีมูฟ ได้แถลงการณ์ยุติการชุมนุม ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี(พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) มอบหมายให้ พล.อ.นัฐพล นาคพานิชย์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนและการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินคณะที่ 5 (กขป. 5) ทำการบันทึกข้อตกลงลงนามการแก้ไขปัญหาร่วมกับผู้ชุมนุมพีมูฟ เช่น ข้อตกลงได้มุ่งเน้นการคุ้มครองพื้นที่ชุมชนที่ได้ดำเนินการยื่นขอโฉนดชุมชนตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ปี 2553 โดยไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อราษฎรและชุมชน จนกว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการส่งมอบพื้นที่โฉนดชุมชน และการชะลอการดำเนินคดีกับผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายทวงคืนผืนป่า รวมทั้งได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาของ พีมูฟ ภายใต้คณะกรรมการ กขป.5


โพสเมื่อ : 19 ก.ค. 2561

เป็นสื่อพลเมืองเครือข่ายปฎิรูปที่ดินภาคอีสาน(คปอ.)เพื่อเป็นกระบอกเสียง ในการติดตาม รายงานปัญหาต่างๆของชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายปฏิบัติที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดินทำกิน และการถูกละเมิดสิทธิในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น

วัตถุประสงค์การนำเสนอ เพื่อสะท้อนให้สังคมโดยรวมรับรู้ และเข้าใจ เพื่อเป็นแนวทางไปสู่การแก้ไขปัญหาที่จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อวิถีการดำเนินชีวิตอันปกติสุขของประชาชน

บรรณาธิการ: นายศรายุทธ ฤทธิพิณ 

ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย: นายสมนึก ตุ้มสุภาพ นายถนอมศักดิ์ ระวาดชัย นายสมชัย คำเพราะ

ที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการ: ดร.อลงกรณ์ อรรคแสง นายปราโมทย์ ผลภิญโญ

กองบรรณาธิการ: สมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน

สถานที่ตั้ง: 501 ม.8 ต.คอนสาร อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ 36180
email. yuthsiburi@hotmail.com โทร 086 978 5629