เป็นสื่อพลเมืองที่ผลิตขึ้นโดยชุมชน เพื่อชุมชน และชุมชนเป็นเจ้าของ รวมทั้งเป็นสื่อที่มีความเป็นอิสระทั้งในด้านความคิด สิทธิ และเสรีภาพ ด้วยการเป็นกระบอกเสียง ติดตาม รายงานปัญหาต่างๆ ของผู้ได้รับผลกระทบที่ต้องต่อสู้กับวิธีคิด และนโยบายปฏิบัติที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานภาครัฐ ทั้งในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดินทำกิน และการถูกละเมิดสิทธิในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น วัตถุประสงค์การนำเสนอ เพื่อสะท้อนให้สังคมโดยรวมรับรู้ และเข้าใจ เพื่อเป็นแนวทางไปสู่การแก้ไขปัญหาที่จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อวิถีการดำเนินชีวิตอันปกติสุขของประชาชน...

 สำนักข่าวปฏิรูปที่ดิน
  จับตาปัญหาที่ดิน
  กฏหมายสิทธิมนุษยชน
  บทความกฏหมาย
  ข่าวกฏหมายสิทธิมนุษยชน
  ข่าว
  ประชาสัมพันธ์
  บทความ
  กวีลุ่มน้ำเซิน
  ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์
  วัฒนธรรมพื้นบ้าน

สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน

 สถิติการเข้าชม

 เว็บเพื่อนบ้าน
     ข่าว
รวม 7 ข่าวเด่นในรอบปี 2560 สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (อ่าน 527 )

Facebook  

รวม 7 ข่าวเด่นในรอบปี 2560  สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน
  
สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน  www.esaanlandreformnews.com/  เป็นสื่อพลเมืองเพื่อรับใช้ชุมชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผลกระทบเรื่องสิทธิที่ดินทำกิน  โดยมีบทบาทในการรายงานข่าว  เผยแพร่ข้อมูล เพื่อให้เป็นแนวทางไปสู่การร่วมกันแก้ไขปัญหาให้เกิดความปกติสุขต่อวิถีการดำเนินชีวิตของประชาชน
โดยเฉพาะ ภายหลังจากรัฐบาลมีนโยบายทวงคืนผืนป่า ตามแผนแม่บทแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ฯ  เมื่อปี พ.ศ.2557 ที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายพื้นที่ทั่วภูมิภาคได้รับผลกระทบหนักขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งพื้นที่ของสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน ได้รับผลกระทบและถูกดำเนินคดีความเพิ่มมากขึ้น เนื้อหาส่วนใหญ่จึงเป็นเรื่องปัญหาของชุมชน เป็นเรื่องนโยบายรัฐด้านการจัดการทรัพยากร และข้อกฎหมายที่ไม่สอดคล้องต่อความไม่เป็นธรรมกับชาวบ้าน รวมทั้งการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ตามลำดับ ดังนี้

1.พบหัวกะโหลก พิสูจน์หลักฐานยันเป็นของมนุษย์ อาจเชื่อมโยงการหายตัวของ "เด่น คำแหล้"

นับจากวันที่ 16 เม.ย.59 นายเด่น คำแหล้ อายุ 65 ปี (ประธานโฉนดชุมชนโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ) หายตัวไปในป่า ภายหลังจากเข้าไปหาหน่อไม้ในบริเวณสวนป่าโคกยาว พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนามรอยต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว เป็นเวลาหนึ่งปีกว่าที่การค้นหามีมาอย่างต่อเนื่องยังไม่พบเบาะแสที่จะเชื่อมโยงได้ว่า“พ่อเด่นหายไปไหน”

กระทั่งเมื่อวันที่ 23 – 24 มี.ค.2560 ชาวบ้านชุมชนโคกยาว ได้พบวัตถุพยานเพิ่มเติมในบริเวณป่าช้าเก่า(หนองไรไก่) รอยต่อระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว กับเขตป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนามเช่น กางเกงขายาว รองเท้า 1 คู่ เป้สะพาย 2 ใบ กระปุกปลาร้าบอง ขวดน้ำ ถุงดำ และมีดพกสั้น โดย นางสุภาพ คำแหล้ (ภรรยานายเด่น) ยืนยันว่าสิ่งของทุกอย่างที่พบเป็นของสามี ที่นำติดตัวไป

สถานที่ดังกล่าวห่างจากบริเวณชุมชนโคกยาวประมาณ 4 กิโลเมตร ซึ่งสิ่งของที่ค้นพบ ชาวบ้านได้ทำการบันทึกภาพ และประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เข้ามาตรวจสอบสถานที่

ต่อมาในวันที่ 25 มี.ค.2560) เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจจังหวัดชัยภูมิ ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบบริเวณที่พบวัตถุและสิ่งของต่างๆ รวมทั้งห่างออกไปประมาณ 25 เมตรได้พบหัวกะโหลกเพิ่มเติม จากการตรวจสอบหัวกะโหลกอย่างละเอียดเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจแจ้งว่า เป็นกะโหลกมนุษย์ จึงได้รวบรวมเก็บวัตถุพยานทั้งหมด รวมทั้งหัวกะโหลกไปตรวจสอบและพิสูจน์ตามหลักวิทยาศาสตร์
ในขณะที่ทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์อยู่ระหว่างผลการตรวจพิสูจน์วัตถุพยานชิ้นส่วนกะโหลก โดยทราบเบื้องต้นว่า 90  กว่าเปอร์เซ็นต์ มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นของนายเด่น คำแหล้ เนื่องจากผลการตรวจสอบมีสายพันธุกรรมตรงกับน้องสาว ที่มีการนำไปตรวจเปรียบเทียบ

ติดตามรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมตามลิงก์ https://prachatai.com/journal/2017/03/70742

2.ประวัติศาสตร์และเส้นทางชีวิตการต่อสู้ของ”เด่น คำแหล้”รำลึกการหายตัว1 ปี

ภายใต้บรรยากาศที่สุ่มเสี่ยง ไร้หลักประกันของชุมชนโคกยาว ความพยายามผลักดันชาวบ้านออกจากที่ดินทำกินด้วยสารพัดวิธี มีมาตลอดระยะเวลา

กระทั่งวันที่ 16 เม.ย.2559 หลังจากเข้าไปหาของป่าตามวิถีปกติของนายเด่น คำแหล้ นับจากวันนั้นไม่มีผู้ใดพบเห็น  แม้แต่เงาก็ไม่ปรากฏ เหลือเพียงการรำลึกถึงความทรงจำที่พ่อเด่นเป็นแกนนำต่อสู้เพื่อให้ผืนดินมีความยั่งยืน ปราศจากการถูกไล่รื้อ เพื่อให้ลูกลูกหลานมีที่ทำกิน มีที่อยู่อาศัยสืบไป
ดังนั้น เพื่อเป็นการรำลึกถึงประวัติศาสตร์และความทรงจำ จึงได้ร่วมจัดเวทีรำลึกความทรงจำการหายตัว 1 ปี และประวัติชีวิตและเส้นทางการต่อสู้ของ “สหายดาวอีปุ่ม” เด่น คำแหล้  ณ วัดทุ่งลุยลาย ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ระหว่างวันที่ 7– 8 พ.ค.2560

โดยมีผู้เข้าร่วมเวทีประกอบไปด้วยอดีตสหายที่ร่วมรบในเขตงานภูซาง  นักวิชาการ  นักศึกษา นักกิจกรรมเพื่อสังคม นักสื่อสารมวลชน รวมทั้งเครือข่ายภาคประชาชนที่ขับเคลื่อนการต่อสู้ด้านสิทธิที่ดินทำกิน เป็นต้น

ติดตามรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมตามลิงก์ https://www.citizenthaipbs.net/node/19591

3.เงียบเหงาอ้างว้าง ยามแม่บ้านติดคุก

ในขณะที่แม่ภาพคงยังตามหาและรอคอย“นายเด่น คำแหล้” ผู้เป็นสามี ที่หายตัวไป เพื่อที่จะนำตัวพ่อเด่นกลับคืนสู่ผืนดินที่เรียกว่าบ้าน ไม่ว่าจะนำกลับมาในสภาพใดก็ตาม ทว่าบ้านน้อยหลังนี้กลับยิ่งกลายเป็นบ้านแสนอ้างว้าง และเงียบเหงาซ้ำเติมยิ่งขึ้นไปอีก เพราะแม่บ้านถูกคุมตัวเข้าไปอยู่ในเรือนจำ ตามศาลมีคำสั่งให้จำคุก 6 เดือน

ทั้งนี้ แม่สุภาพ จะมีกำหนดออกจากเรือนจำภูเขียว กลับคืนสู่บ้านที่ชุมชนโคกยาว ในวันที่ 6 ม.ค.2561

ติดตามรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมตามลิงก์ https://prachatai.com/journal/2017/08/72609

4.ปมคดีและความเดือนร้อนจากนโยบาย“ทวงคืนผืนป่า”บนความทุกข์ยากของคนจน กรณีอุทยานแห่งชาติไทรทอง

เป็นเรื่องราวของนางสาวนิตยา ม่วงกลาง ที่เล่าถึงภาพรวมกรณีข้อพิพาทระหว่างชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติไทรทอง โดยเฉพาะหลังจากรัฐบาลมีนโยบายทวงคืนผืนป่า มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้ามาให้ชาวบ้านเซ็นเอกสารยินยอมคืนพื้นที่ โดยใช้วิธีการข่มขู่บังคับว่าหากไม่เซ็น จะถูกจับกุมดำเนินคดี และในละแวกบ้านของเธอ ก็ถูกเจ้าหน้าที่เข้ามาข่มขู่ในเซ็นเอกสารในลักษณะเดียวกันรวมกว่า 70 ราย

ท้ายที่สุดทั้งนิตยาและน้องสาว คือนางสาวนริสรา รวมทั้งแม่ เป็น 3 รายแรกที่ได้รับหมายเรียกให้เข้าพนักงานสอบสวนเวรสถานีตำรวจภูธรวังตะเฆ่ ต. วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ เพื่อรับทราบข้อหา ในวันที่ 18 ก.ค.2559 ตามที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง แจ้งข้อหาร่วมกันบุกรุกเขตพื้นที่อุทยานฯ หลังจากนั้นมีชาวบ้านถูกแจ้งข้อหาเดียวกันติดต่อมาเรื่อยๆ รวมจำนวนทั้งสิ้น 14 ราย ปัจจุบันคดีอยู่ในขั้นตอนการสืบพยานโจทก์และจำเลย โดยศาลจังหวัดชัยภูมิเริ่มนัดสืบนับแต่กลางปี 2561 เป็นต้นไป

ติดตามรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมตามลิงก์ http://isaanrecord.com/2017/10/27/sai-thong-land-dispute/

5.ศาลภูเขียวนัดฟังคำสั่งและฟังคำพิพากษาศาลฎีกา 30 ต.ค.60 กรณี ออป.ฟ้องชาวบ้านบ่อแก้ว บุกรุกป่า 31 ราย

ศาลจังหวัดภูเขียวเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลกีฏา โดยยังไม่มีกำหนด เมื่อวันที่ 30 ต.ค.60 หลังศาลจังหวัดภูเขียวกำหนดนัดฟังคำสั่งและฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีระหว่างองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้(อ.อ.ป.)ฟ้องขับไล่ชาวบ้านชุมชนบ่อแก้ว จำนวน 31 คน ข้อหาจำเลยและบริวารกระทำการบุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูซำผักหนามกรณี ออป.ฟ้องชาวบ้านบ่อแก้ว บุกรุกป่า 31 ราย

ที่มาของพื้นที่พิพาทนับแต่ ปี พ.ศ. 2521 หลังจากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ,อ,ป.) ได้ดำเนินการปลูกสร้างสวนป่าคอนสาร ตามเงื่อนไขการสัมปทานทำไม้ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าภูซำผักหนาม ในบริเวณเนื้อที่ทั้งสิ้น 4,401 ไร่ อย่างไรก็ตามการปลูกสร้างสวนป่าไม่ได้ดำเนินการในพื้นที่เป้าหมาย และได้นำไม้ยูคาลิปตัสเข้ามาปลูกทับที่ดินทำกินชาวบ้าน  จนนำมาสู่ปัญหาส่งผลกระทบให้หลายครอบครัวถูกอพยพออกจากที่ทำกิน  ชาวบ้านจึงได้ออกมาเคลื่อนไหวมานับแต่นั้น กระทั่งเมื่อวันที่ 17 ก.ค.2552 ชาวบ้านได้ร่วมใจกันบุกเข้ายึดที่ดินทำกินเดิมกลับคืนมา จึงเป็นที่มาของการถูกฟ้องดำเนินคดี

ติดตามรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมตามลิงก์ https://prachatai.com/journal/2017/06/72121

6.เสียงสะท้อนคนอยู่กับป่า ร่าง พรบ.อุทยานและพรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า สร้างผลกระทบขัดต่อวิถีชีวิตชุมชน

เสียงจากคนอยู่กับป่า ค้าน ร่าง พรบ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ....พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ....ที่ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน จะนำไปสู่ปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตป่า ทางเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน(คปอ.)จึงได้จัดเวทีสัมมนาเพื่อวิเคราะห์ร่าง พ,ร,บ....ดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลและเสนอแนะข้อคิดเห็น และเพื่อให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาของภาคประชาชน โดยมี คุณภานุเดช เกิดมะลิ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร,คุณบุญ แซ่จุง (เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด คปบ.) ทีมผู้ประสานงานขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม พีมูฟ,และตัวแทนศูนย์ศึกษาและพัฒนานักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน ร่วมเป็นวิทยากร ณ บ้านซอกตะเคียน ต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ

ติดตามรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมตามลิงก์ https://www.citizenthaipbs.net/node/20472

7.ทหาร ตำรวจ เข้ามาปิดกั้นเวทีสัมมนาที่ภาค ปชช.ร่วมระดมความคิดเห็นเพื่อป้องกันผลกระทบต่อร่าง พรบ.อุทยานฯ

เจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลวังทองหลาง เข้ามาปิดกั้นบริเวณทางเข้าและขอตรวจค้นผู้เข้าร่วมเวทีการสัมมนาระดมความคิดเห็นเพื่อร่วมกำหนดท่าทีและจุดยืนของภาคประชาชนและชุมชนในเขตอนุรักษ์ต่อร่าง พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ..และร่าง พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ..ที่จัดขึ้นในวันที่ 12 มิถุนายน 2560 ณ มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย 463/1 ถนนรามคำแหง 39 (เทพลีลา) ซอย 17 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม.

ผลการเจรจาได้ข้อตกลงตามที่เจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจ สามารถให้จัดเวทีสัมมนาได้ แต่ไม่ให้แฉลงข่าว และต้องเจ้าหน้าที่เข้ามาร่วมสังเกตการณ์ในเวทีสัมมนาตลอดทุกขั้นตอน
ส่วนทางด้านนางสาว นิตยา ม่วงกลาง แจ้งว่า ชาวบ้านซับหวาย ต.ห้วยแย้ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ แจ้งว่าเมื่อคืน11 มิ.ย.2560 ประมาณ 22.55 น.มีเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรวังฒะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ แต่งกายในชุดเครื่องแบบครึ่งค่อน จำนวน  4 – 5 นาย เข้ามาตะโกนเรียกหาตน ในขณะนั้นตนนอนหลับแล้ว เมื่อตื่นขึ้นมาดูพร้อมกับแม่ ตำรวจแจ้งว่า เป็นงานด่วนได้รับคำสั่งจากนายให้เข้ามาถามว่าได้เข้ากรุงเทพฯ เพื่อร่วมเวทีสัมมนาที่จัดขึ้นมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย(มพศ.)หรือไม่

ติดตามรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมตามลิงก์ https://prachatai.com/journal/2017/06/71900


โพสเมื่อ : 29 ธ.ค. 2560

เป็นสื่อพลเมืองเพื่อชุมชน ของเครือข่ายปฎิรูปที่ดินภาคอีสาน คปอ. เพื่อเป็นกระบอกเสียง ติดตาม รายงานปัญหาต่างๆของชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายปฏิบัติที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดินทำกิน และการถูกละเมิดสิทธิในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น

วัตถุประสงค์การนำเสนอ เพื่อสะท้อนให้สังคมโดยรวมรับรู้ และเข้าใจ เพื่อเป็นแนวทางไปสู่การแก้ไขปัญหาที่จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อวิถีการดำเนินชีวิตอันปกติสุขของประชาชน

ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย : นายสมนึก ตุ้มสุภาพ นายถนอมศักดิ์ ระวาดชัย นายสมชัย คำเพราะ

ที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการ : ดร.อลงกรณ์ อรรคแสง นายปราโมทย์ ผลภิญโญ

บรรณาธิการ : นายศรายุทธ ฤทธิพิณ 

กองบรรณาธิการ : สมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน

สถานที่ตั้ง : 501 หมู่ 8 ต.คอนสาร อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ 36180

e - mail yuthsiburi@hotmail.com  โทร 086 978 5629