เป็นสื่อพลเมืองที่ผลิตขึ้นโดยชุมชน เพื่อชุมชน และชุมชนเป็นเจ้าของ รวมทั้งเป็นสื่อที่มีความเป็นอิสระทั้งในด้านความคิด สิทธิ และเสรีภาพ ด้วยการเป็นกระบอกเสียง ติดตาม รายงานปัญหาต่างๆ ของผู้ได้รับผลกระทบที่ต้องต่อสู้กับวิธีคิด และนโยบายปฏิบัติที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานภาครัฐ ทั้งในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดินทำกิน และการถูกละเมิดสิทธิในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น วัตถุประสงค์การนำเสนอ เพื่อสะท้อนให้สังคมโดยรวมรับรู้ และเข้าใจ เพื่อเป็นแนวทางไปสู่การแก้ไขปัญหาที่จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อวิถีการดำเนินชีวิตอันปกติสุขของประชาชน...

 สำนักข่าวปฏิรูปที่ดิน
  จับตาปัญหาที่ดิน
  กฏหมายสิทธิมนุษยชน
  บทความกฏหมาย
  ข่าวกฏหมายสิทธิมนุษยชน
  ข่าว
  ประชาสัมพันธ์
  บทความ
  กวีลุ่มน้ำเซิน
  ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์
  วัฒนธรรมพื้นบ้าน

สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน

 สถิติการเข้าชม

 เว็บเพื่อนบ้าน
     ข่าว
ศาลภูเขียวนัดฟังคำสั่งและฟังคำพิพากษาศาลฎีกา 30 ต.ค.60 กรณี ออป.ฟ้องชาวบ้านบ่อแก้ว บุกรุกป่า 31 ราย (อ่าน 267 )

Facebook  

ศาลภูเขียวนัดฟังคำสั่งและฟังคำพิพากษาศาลฎีกา 30 ต.ค.60 กรณี ออป.ฟ้องชาวบ้านบ่อแก้ว บุกรุกป่า31 ราย

ศาลภูเขียว กำหนดรับฟังคำสั่งและฟังคำพิพากษาศาลฎีกา วันที่ 30 ต.ค.2560 เวลา 10.00 น.คดีระหว่างองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้(อ.อ.ป.)ฟ้องขับไล่ชาวบ้านชุมชนบ่อแก้ว จำนวน 31 คน ข้อหาจำเลยและบริวารกระทำการบุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูซำผักหนาม
26 มิ.ย.2560 ชาวบ้านชุมชนบ่อแก้ว ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จังหวัดชัยภูมิ รวมทั้งชาวบ้านสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน(คปอ.) กว่า 100 คน เดินทางมายังศาลจังหวัดภูเขียว อ.ภูเขียว จ.เพื่อมาร่วมรับฟังนัดไสวนคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยที่เสียชีวิต และฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีบุกรุกสวนป่าคอนสาร(สวนป่ายูคาลิปตัส) คดีระหว่างองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ฟ้องขับไล่ นายนิด ต่อทุน จำเลยที่ 1 พร้อมพวกรวม 31 คน ในข้อหาว่าจำเลยและบริวารได้กระทำการบุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูซำผักหนาม

นายถนอมศักดิ์ ระวาดชัย ทนายความศูนย์ศึกษาและพัฒนานักศึกษาเพื่อสิทธิมนุษยชน แจ้งว่า  ตามที่ศาลจังหวัดภูเขียวมีคำสั่งนัดไสวนคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ 13 (นายตา ปลื้มวงษ์)ที่ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่  25 มิ.ย.2558 ภายหลังการไต่สวน ศาลพิเคราะห์จำเลยที่ 3 เสียชีวิตในวันที่  25 มิ.ย.2558 จริง โดยมีนางสวย ปลื้มวงษ์ เป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นทายาทผู้มีสิทธิ์รับของจำเลยที่ 13 ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยที่ 13 ถึงแก่ความตายระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จึงให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลฎีกา กำหนดรับฟังคำสั่งและฟังคำพิพากษาศาลฎีกา วันที่ 30 ต.ค.2560 เวลา 10.00 น.

ที่มาของพื้นที่พิพาทสวนป่าคอนสาร

ในส่วนของพื้นที่พิพาทนั้น เกิดขึ้นนับแต่ ปี พ.ศ. 2521 หลังจากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) ได้ดำเนินการปลูกสร้างสวนป่าคอนสาร ตามเงื่อนไขการสัมปทานทำไม้ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าภูซำผักหนาม ในบริเวณเนื้อที่ทั้งสิ้น 4,401 ไร่ อย่างไรก็ตาม การปลูกสร้างสวนป่าไม่ได้ดำเนินการในพื้นที่เป้าหมาย คือบริเวณป่าเหล่าไฮ่ แต่ได้นำไม้ยูคาลิปตัสเข้ามาปลูกทับที่ดินทำกินชาวบ้าน  จนนำมาสู่ปัญหาส่งผลกระทบให้หลายครอบครัวถูกอพยพออกจากที่ทำกิน  ชาวบ้านจึงได้ออกมาเคลื่อนไหวมานับแต่นั้น กลายเป็นข้อพิพาทและมีการบังคับ ข่มขู่ คุกคาม  ระหว่าง ออป.กับชาวบ้าน เรื่อยมา

ที่มาของการถูกดำเนินคดี

ในวันที่ 17 ก.ค. 2552 ชาวบ้านผู้เดือดร้อนเข้าปฏิบัติการยึดพื้นที่พร้อมกับจัดตั้ง “ชุมชนบ่อแก้ว ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ”  ขึ้นมาเพื่อแสดงสัญลักษณ์ความเป็นเจ้าของพื้นที่ และเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม โดยมีเป้าหมายร่วมกัน คือ การปกป้องสิทธิในที่ดินของชุมชน นอกจากนี้เพื่อรอคำตอบในการแก้ไขปัญหาสวนป่าคอนสารจากรัฐบาล ภายหลังจากการดำเนินการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานภาครัฐเป็นไปอย่างล่าช้า  ตามที่ชาวบ้านมีข้อเรียกร้อง คือ ให้ยกเลิกสวนป่าคอนสารโดยเด็ดขาด ให้จัดสรรที่ดินให้ชาวบ้านผู้เดือดร้อนในรูปแบบโฉนดชุมชน และในระหว่างการแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านสามารถทำประโยชน์ในพื้นที่ เพื่อเตรียมการพัฒนาพื้นที่นำร่องโฉนดชุมชน จำนวนเนื้อที่ 1,500 ไร่ อย่างไรก็ตาม องค์การอุตสาหรรมป่าไม้ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องดำเนินคดีชาวบ้าน ตามลำดับ ดังนี้

ลำดับการถูกดำเนินคดี

วันที่ 27 ส.ค.2552  องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.)เป็นโจทก์ยื่นฟ้องขับไล่ นายนิด ต่อทุน และพวกรวม 31 คน ข้อกล่าวหาว่าจำเลยและบริวารได้กระทำการบุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูซำผักหนาม จึงขอให้ศาลได้มีคำสั่งขับไล่ออกจากพื้นที่ พร้อมกับรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และไม้ผลไม้ยืนต้นที่ปลูกไว้

วันที่ 28 เม.ย.2553  ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ จำเลย ที่ 1 ถึง 31 และบริวารออกจากพื้นที่พิพาทสวนป่าคอนสาร กับให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ ที่ได้นำไปปลูกไว้ในพื้นที่พิพาท  ซึ่งจำเลยได้อุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีไว้ชั่วคราว แต่ในขณะเดียวกันโจทก์ยื่นคำให้การแก้อุทธรณ์และคัดค้านคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีชั่วคราว

วันที่ 13 ธันวาคม 2553 ศาลได้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้มีการบังคับคดีชั่วคราวตามที่จำเลยยื่นคำร้อง และโจทก์ได้วางเงินต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อติดหมายบังคับคดีในพื้นที่พิพาท ในวันเดียวกัน

วันที่ 4 ก.พ. – 16 มี.ค. 2554 ทำให้ชาวบ้านได้เคลื่อนไหว โดยการเดินเท้าทางไกลจากคอนสาร ถึง กทม.เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลสั่งการให้ ออป.ถอนการบังคับคดี และเร่งประกาศพื้นที่โฉนดชุมชนในพื้นที่พิพาทสวนป่าคอนสาร  ตามที่ได้ผลักดันให้รัฐบาลสมัยนั้นมีมาตรการทางนโยบายเพื่อคุ้มครองสิทธิที่ดินดังกล่าว

วันที่ 2 มีนาคม 2554 ผลการเจรจาระหว่างผู้แทนชาวบ้านกับ อ.อ.ป.นำมาสู่ข้อตกลง 3 ข้อคือ 1. ออป.จะไม่เร่งรัดบังคับคดี  2. การนำพื้นที่จำนวนประมาณ 1,500 ไร่ ไปดำเนินการโฉนดชุมชน ให้ผู้แทน ออป. สำนักนายกรัฐมนตรี และชาวบ้านผู้เดือดร้อน ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกัน และ 3. การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว ให้นำข้อกำหนดของ ออป.มาปรับปรุงให้เกิดการยอมรับร่วมกัน แต่การปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีการส่งมอบพื้นที่โฉนดชุมชนให้แต่อย่างใด  นอกจากจำนวนพื้นที่เดิม (ประมาณ 86 ไร่) ที่ชาวบ้านร่วมกันยึดเข้ามาได้ในวันที่ 17 ก.ค.2552

วันที่ 21 ธันวาคม 2554 ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน ต่อมาในวันที่ 21 มีนาคม 2555 จำเลยได้ฎีกา
วันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 ศาลจังหวัดภูเขียวนัดจำเลยทั้ง 31 คน ฟังคำพิพากษาศาลฎีกา แต่ศาลไม่สามารถอ่านคำพิพากษาได้ เนื่องจากจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 13 เสียชีวิต ทนายจำเลยจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกให้ทายาทของผู้เสียชีวิตมารับมรดกความ  ศาลจึงได้อนุญาตตามที่ทนายจำเลยขอ  โดยได้มีคำสั่งให้เลื่อนการอ่านคดีออกไป และมีคำสั่งเรียกให้ทายาทของจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 13 ที่เสียชีวิต มายื่นคำร้องขอรับมรดกความภายใน 15 วัน คือวันที่ 16 พ.ค.2560 และศาลมีคำสั่งนัดไต่สวนคำร้องขอรับมรดกความของทายาท จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 13 ในวันที่ 2 มิ.ย.2560

วันที่ 2 มิ.ย.2560 ศาลมีคำสั่งนัดไต่สวนคำร้องขอรับมรดกความ แต่เนื่องจากเอกสารทะเบียนสมรสของผู้เป็นภรรยาของจำเลยไม่คบถ้วน ต้องไปขอคัดสำเนาที่ทำการอำเภอคอนสาร ศาลจึงมีคำสั่งเลื่อนนัดไต่สวนคำร้องขอรับมรดกความ ไปเป็นวันที่ 26 มิ.ย.2560

รายงานโดย ศรายุทธ ฤทธิพิณ


โพสเมื่อ : 26 มิ.ย. 2560

เป็นสื่อพลเมืองเพื่อชุมชน ของเครือข่ายปฎิรูปที่ดินภาคอีสาน คปอ. เพื่อเป็นกระบอกเสียง ติดตาม รายงานปัญหาต่างๆของชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายปฏิบัติที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดินทำกิน และการถูกละเมิดสิทธิในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น

วัตถุประสงค์การนำเสนอ เพื่อสะท้อนให้สังคมโดยรวมรับรู้ และเข้าใจ เพื่อเป็นแนวทางไปสู่การแก้ไขปัญหาที่จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อวิถีการดำเนินชีวิตอันปกติสุขของประชาชน

ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย : นายสมนึก ตุ้มสุภาพ นายถนอมศักดิ์ ระวาดชัย นายสมชัย คำเพราะ

ที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการ : ดร.อลงกรณ์ อรรคแสง นายปราโมทย์ ผลภิญโญ

บรรณาธิการ : นายศรายุทธ ฤทธิพิณ 

กองบรรณาธิการ : สมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน

สถานที่ตั้ง : 501 หมู่ 8 ต.คอนสาร อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ 36180

e - mail yuthsiburi@hotmail.com  โทร 086 978 5629