เป็นสื่อพลเมืองที่ผลิตขึ้นโดยชุมชน เพื่อชุมชน และชุมชนเป็นเจ้าของ รวมทั้งเป็นสื่อที่มีความเป็นอิสระทั้งในด้านความคิด สิทธิ และเสรีภาพ ด้วยการเป็นกระบอกเสียง ติดตาม รายงานปัญหาต่างๆ ของผู้ได้รับผลกระทบที่ต้องต่อสู้กับวิธีคิด และนโยบายปฏิบัติที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานภาครัฐ ทั้งในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดินทำกิน และการถูกละเมิดสิทธิในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น วัตถุประสงค์การนำเสนอ เพื่อสะท้อนให้สังคมโดยรวมรับรู้ และเข้าใจ เพื่อเป็นแนวทางไปสู่การแก้ไขปัญหาที่จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อวิถีการดำเนินชีวิตอันปกติสุขของประชาชน...

 สำนักข่าวปฏิรูปที่ดิน
  จับตาปัญหาที่ดิน
  กฏหมายสิทธิมนุษยชน
  บทความกฏหมาย
  ข่าวกฏหมายสิทธิมนุษยชน
  ข่าว
  ประชาสัมพันธ์
  บทความ
  กวีลุ่มน้ำเซิน
  ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์
  วัฒนธรรมพื้นบ้าน

สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน

 สถิติการเข้าชม

 เว็บเพื่อนบ้าน
     ข่าว
ทหาร ตำรวจ เข้ามาปิดกั้นเวทีสัมมนาที่ภาค ปชช.ร่วมระดมความคิดเห็นเพื่อป้องกันผลกระทบต่อร่าง พรบ.อุทยา (อ่าน 3330 )

Facebook  

ทหาร ตำรวจ เข้ามาปิดกั้นเวทีสัมมนาที่ภาค ปชช.ร่วมระดมความคิดเห็นเพื่อป้องกันผลกระทบต่อร่าง พรบ.อุทยานฯ

ทหาร ตำรวจ เข้ามาปิดกั้น ขอตรวจค้นประชาชนที่เข้าร่วมเวทีระดมความคิดเห็นต่อร่าง พรบ.อุทยานฯ..และร่าง พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ขณะที่แกนนำชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจาก อช.ไทรทอง อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ(ซึ่งเป็นผู้หญิง)ถูกตำรวจ เข้ามาหาที่บ้านยามวิกาล ช่วงดึกของคืนวานนี้ เหตุนายสั่งให้เข้ามาสืบว่าได้เดินทางเข้าร่วมเวทีด้วยหรือไม่

วันนี้ 12 มิ.ย.2560 ประมาณ 07.30 น.เจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลวังทองหลาง เข้ามาปิดกั้นบริเวณทางเข้าและขอตรวจค้นผู้เข้าร่วมเวทีการสัมมนาระดมความคิดเห็นเพื่อร่วมกำหนดท่าทีและจุดยืนของภาคประชาชนและชุมชนในเขตอนุรักษ์ต่อร่าง พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ..และร่าง พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ..ที่จัดขึ้นในวันที่ 12 มิถุนายน 2560 ณ มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย 463/1 ถนนรามคำแหง 39 (เทพลีลา) ซอย 17 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กทม.
กำหนดการเวทีสัมมนา

ผลการเจรจาได้ข้อตกลงตามที่เจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจ สามารถให้จัดเวทีสัมมนาได้ แต่ไม่ให้แถลงข่าว และเจ้าหน้าที่เข้ามาร่วมสังเกตการณ์ในเวทีสัมมนาตลอดทุกขั้นตอน
เจ้าหน้าที่เข้ามาปิดกั้นบริเวณทางเข้า

ขณะที่วานนี้ (11 มิ.ย.2560) ประมาณ 16.00 น.ได้รับแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเชิญตัวคณะกรรมการบริหารขบวนการประชาชนชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ขปส.หรือพีมูฟ เข้าไปชี้แจงกับ ผกก.สน.วังทองหลาง เรื่องการจัดสัมมนาดังกล่าว โดยในเฟสบุ๊ตของ Prayong Doklamyai ได้รายงานการเจรจาระหว่าง ขบวนประชาชน เพื่อสังคมที่เป็นธรรม กับผู้กำกับสน.วังทองหลางและฝ่ายทหารที่ควบคุมพื้นที่ที่ยุติลงเมื่อเวลาประมาณ 20.00 น. สรุปได้ดังนี้
1. กิจกรรมการสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและกำหนดท่าที่ต่อร่าง พรบ.อุทยานแห่งชาติและ พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ในวันพรุ่ง ไม่เข้าข่ายฐานความผิดใด

ทั้งตามคำสั่ง คสช.ที่ 3 /2557 (การสัมมนาวิชาการภายในเคหะสถานไม่ใช่การชุมนุมทางการเมืองเกินห้าคน) 
และ พรบ.ชุมนุมสาธารณะ เพราะไม่ได้จัดในพื้นที่สาธารณะแต่จัดในสำนักงาน/ที่ทำการของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบใดๆต่อสาธารณะ จึงไม่เข้าข่ายต้องขออนุญาตตาม พรบ.ชุมนุมสาธารณะ

2.ฝ่ายความมั่นคงไม่สบายใจในเรื่องการแถลงข่าวเพราะจะเป็นเยี่ยงอย่างให้กลุ่มการเมืองอื่นใช้เป็นข้ออ้างได้ในการเคลื่อนไหว ทางฝ่ายความมั่นคงจึงขอให้ P-move ส่งหมายยกเลิกการแถลงข่าวต่อสู่มวลชน
ทาง P-move ยืนยันว่าไม่อาจทำตามข้อเสนอได้เนื่องจากการแถลงข่าวเป็นสิทธิของประชาชนที่จะกระทำได้ จะเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ขึ้นอยู่กับที่เนื้อหาในการแถลง การแถลงข่าวไม่ผิดกฎหมายใด

การแถลงข่าวของ P-move ในวันพรุ่งนี้(12 มิ.ย.2560)เป็นการแถลงผลการสัมมนาและความเห็นของผู้เข้าร่วมการสัมมนาที่มีต่อร่าง พรบ.ทั้งสองฉบับ จึงไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือผิดกฎหมายแต่อย่างใด แต่รับจะปรับวิธีการแถลงโดยไม่ตั้งโต๊ะแถลงเป็นการเฉพาะเท่านั้น

3. ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงให้ P-move จัดกิจกรรมการสัมมนากำหนดการเดิมแต่ไม่ตั้งโต๊ะแถลงข่าว โดยฝ่ายความมั่นคงจะใช้อำนาจจัดการกับสื่อที่จะเดินทางมาทำข่าวในวันพรุ่งนี้เอง (โดยไม่ได้บอกว่าจะใช้วิธีใด)
คณะกรรมการขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ขปส.หรือพีมูฟ ถูกเชิญเข้าร่วมชี้แจงการจัดเวทีสัมมนาที่ สน.วังทองหลาง

ด้านนางสาวนิตยา ม่วงกลาง แจ้งว่า ชาวบ้านซับหวาย ต.ห้วยแย้ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ เมื่อคืนวาน(11 มิ.ย.2560) ได้รับแจ้งจากว่า เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรวังฒะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ แต่งกายในชุดเครื่องแบบครึ่งค่อน จำนวน  4 – 5 นาย เข้ามาตะโกนเรียกหาตน ในเวลาประมาณ 22.55 น.ซึ่งขณะนั้นตนนอนหลับแล้ว เมื่อได้ยินเสียงตะโกนเรียก จึงตื่นขึ้นมาดูพร้อมกับแม่ พบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงถามกลับไปว่าเข้ามาหาทำไมในยามวิกาลดึกดื่น ตำรวจแจ้งว่า เป็นงานด่วนได้รับคำสั่งจากนายให้เข้ามาถามว่าได้เข้ากรุงเทพฯ เพื่อร่วมเวทีสัมมนาที่จัดขึ้นมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย(มพศ.)หรือไม่

นางสาวนิตยา ตอบกลับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า ไม่ได้เข้าร่วม เพราะเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2560 ในพื้นที่ได้จัดเวทีสัมมนาเพื่อวิเคราะห์ร่าง พรบ....อุทยานแห่งชาติ พ.ศ....พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ....ซึ่งทั้งตนและชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากอุทยานแห่งชาติไทรทองได้รับทราบข้อมูลและเสนอแนะข้อคิดเห็นต่อร่าง พรบ.ดังกล่าว ไปแล้ว
เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามานางสาวนิตยา(แกนนำชาวบ้าน)ยามวิกาล

“ทั้งนี้ตนตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการระดมความคิดเห็น กำหนดจุดยืนและท่าทีของประชาชน และอยู่ในช่วงกรมอุทยานประกาศให้มีการเสนอข้อคิดเห็นในช่วงระหว่างวันที่ 1 - 15 มิ.ย.2560 ซึ่งภาคประชาสังคมกำลังระดมเพื่อเสนอ ประกอบกับร่าง พรบ. 2 ฉบับ เพราะมีปัญหาตั้งแต่กระบวนการยกร่าง ที่ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วม รวมทั้งเนื้อหาในร่างก็มีข้อจำกัด และจะนำไปสู่ปัญหาที่จะส่งผลกระทบต่อ ประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตป่า และจะสร้างปัญหากว้างขวางมากต่อประชาชน ซึ่งรัฐต้องรับฟังผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงอย่างละเอียด ไม่ใช่รวบรัดตัดตอน และมาพยายามสกัดกั้นประชาชนไม่ให้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อปกป้องปัญหาผลกระทบความเดือดร้อนในพื้นที่” นิตยา ตั้งคำถาม ทิ้งท้าย



โพสเมื่อ : 12 มิ.ย. 2560

เป็นสื่อพลเมืองเพื่อชุมชน ของเครือข่ายปฎิรูปที่ดินภาคอีสาน คปอ. เพื่อเป็นกระบอกเสียง ติดตาม รายงานปัญหาต่างๆของชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายปฏิบัติที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดินทำกิน และการถูกละเมิดสิทธิในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น

วัตถุประสงค์การนำเสนอ เพื่อสะท้อนให้สังคมโดยรวมรับรู้ และเข้าใจ เพื่อเป็นแนวทางไปสู่การแก้ไขปัญหาที่จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อวิถีการดำเนินชีวิตอันปกติสุขของประชาชน

ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย : นายสมนึก ตุ้มสุภาพ นายถนอมศักดิ์ ระวาดชัย นายสมชัย คำเพราะ

ที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการ : ดร.อลงกรณ์ อรรคแสง นายปราโมทย์ ผลภิญโญ

บรรณาธิการ : นายศรายุทธ ฤทธิพิณ 

กองบรรณาธิการ : สมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน

สถานที่ตั้ง : 501 หมู่ 8 ต.คอนสาร อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ 36180

e - mail yuthsiburi@hotmail.com  โทร 086 978 5629