เป็นสื่อพลเมืองที่ผลิตขึ้นโดยชุมชน เพื่อชุมชน และชุมชนเป็นเจ้าของ รวมทั้งเป็นสื่อที่มีความเป็นอิสระทั้งในด้านความคิด สิทธิ และเสรีภาพ ด้วยการเป็นกระบอกเสียง ติดตาม รายงานปัญหาต่างๆ ของผู้ได้รับผลกระทบที่ต้องต่อสู้กับวิธีคิด และนโยบายปฏิบัติที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานภาครัฐ ทั้งในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดินทำกิน และการถูกละเมิดสิทธิในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น วัตถุประสงค์การนำเสนอ เพื่อสะท้อนให้สังคมโดยรวมรับรู้ และเข้าใจ เพื่อเป็นแนวทางไปสู่การแก้ไขปัญหาที่จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อวิถีการดำเนินชีวิตอันปกติสุขของประชาชน...

 สำนักข่าวปฏิรูปที่ดิน
  จับตาปัญหาที่ดิน
  กฏหมายสิทธิมนุษยชน
  บทความกฏหมาย
  ข่าวกฏหมายสิทธิมนุษยชน
  ข่าว
  ประชาสัมพันธ์
  บทความ
  กวีลุ่มน้ำเซิน
  ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์
  วัฒนธรรมพื้นบ้าน

สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน

 สถิติการเข้าชม

 เว็บเพื่อนบ้าน
     ข่าว
ศาลจังหวัดภูเขียว เลื่อนอ่านคำพิพากษาฎีกา กรณี เด่น คำแหล้ หายไป (อ่าน 336 )

Facebook  

ศาลจังหวัดภูเขียว เลื่อนอ่านคำพิพากษาฎีกา กรณี เด่น คำแหล้ หายไป

ศาลภูเขียวเลื่อนอ่านคำพิพากษาฎีกา กรณี เด่น คำแหล้ เหตุยังรับฟังไม่ได้ว่า ถึงแก่ความตาย ศาลจึงได้มีคำสั่งให้ออกหมายจับจำเลยที่ 1 และปรับนายประกัน ได้มีคำสั่งให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ออกไปเป็นวันที่ 15 มิ.ย.2560 ทั้งนี้ช่วงระหว่างวันที่ 7- 8 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้ร่วมกันจัดเวทีรำลึกความทรงจำการหายตัว 1 ปี และประวัติชีวิตและเส้นทางการต่อสู้ของ "สหายดาวอีปุ่ม" เด่น คำแหล้ ณ วัดทุ่งลุยลาย

 ชมคลิป  https://www.youtube.com/watch?v=4lzRGv0D1jg&feature=youtu.be

วันนี้ ( 9 พ.ค.2560 ) นางสุภาพ คำแหล้ ชาวบ้านชุมชนโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ และสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.)  จำนวนกว่า 50 คน พร้อมด้วยทนายความศูนย์ศึกษาและพัฒนานักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน  รวมทั้งผู้สื่อข่าวปริงนิวส์ เดินทางไปยังศาลจังหวัดภูเขียวเพื่อฟังคำพิพากษาของฎีกา คดีระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดภูเขียวโจทก์ ยื่นฟ้องนายเด่น คำแหล้ กับพวกรวม 5 คน ความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ
นายถนอมศักดิ์ ระวาดชัย ทนายความศูนย์ศึกษาและพัฒนานักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน  แจ้งว่า ตามที่ศาลจังหวัดภูเขียวได้มีหมายถึง นายเด่น คำแหล้ จำเลยที่ 1 กับนางสุภาพ คำแหล้ จำเลยที่ 4 นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ในวันนี้ ( 9 พ.ค.2560 ) และฟังคำสั่งของศาลฎีกา กรณีที่นายเด่น คำแหล้ มิได้มาศาลตามกำหนดนัด

โดยศาลฎีกาได้มีคำสั่งว่า จำเลยที่ 1 เป็นบุคคลที่เสียไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ และไม่มีบุคคลรู้แน่ว่าจำเลยที่ 1 ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่เท่านั้น ข้อเท็จจริงยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตาย และให้ศาลจังหวัดภูเขียวดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งดังกล่าว ศาลจังหวัดภูเขียวจึงได้มีคำสั่งให้ออกหมายจับจำเลยที่ 1 และปรับนายประกัน ได้มีคำสั่งให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ออกไปเป็นวันที่ 15 มิ.ย.2560

นายถนอมศักดิ์ เพิ่มเติมด้วยว่า เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2559 ศาลจังหวัดภูเขียวนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา โดยนางสุภาพ  แถลงต่อศาลว่า เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2559 จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสามีได้เข้าไปเก็บหน่อไม้ในป่า และไม่ได้กลับออกมา ภายหลังจากที่ได้แจ้งความไว้เป็นหลักฐานยังสถานีตำรวจภูธรห้วยยาง ต.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ได้ออกติดตามหาตัวของนายเด่น ปัจจุบันนี้ยังไม่พบตัวนายเด่น แต่อย่างใด นางสุภาพ จึงขออนุญาตเลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปอีกนัดหนึ่ง โดยศาลได้อนุญาตให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปเป็นวันที่ 20 ก.ย. 2559 เวลา 09.00 น.

นายถนอมศักดิ์ เพิ่มเติมอีกว่า เมื่อถึงกำหนดวันนัดฟังคำพิพากษา ทนายความจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 ได้ยื่นคำร้องความว่า จำเลยที่ 4 อยู่ระหว่างการเข้ารักษาตัวจากอาการป่วยด้วยโรคเนื้องอกในมดลูก ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์จังหวัดขอนแก่น  โดยแพทย์นัดตรวจรักษาโรคอีกครั้งในวันที่ 26 ก.ย. 2559 จึงขอเลื่อนการคำพิพากษาศาลฎีกาออกไปสักนัดหนึ่ง ในขณะเดียวกัน ผู้รับมอบอำนาจจากนายประกัน(กองทุนยุติธรรม) ของจำเลยที่ 1 และที่ 4 ยื่นคำร้องความว่า จำเลยที่ 1ไม่ได้มาศาล เนื่องจากหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. 2559  ซึ่งมีการแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อติดตามตัวจำเลยที่ 1 แล้ว แต่ยังไม่พบตัว โดยเจ้าพนักงานตำรวจได้แจ้งผลการสืบสวนและสอบสวนการติดตามตัวของจำเลยที่ 1 ได้ใจความว่ายังไม่พบตัวจำเลยที่  4 ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไป ส่วนจำเลยที่ 1 ให้นัดไต่สวนการ หายตัวไป ในวันเวลาเดียวกันพร้อมกับจำเลยที่ 4  ในวันที่ 4 พ.ย. 2559 ที่ผ่านมา

“ตามที่ศาลจังหวัดภูเขียวนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ในวันนี้ ( 9 พ.ค.2560 ) และฟังคำสั่งของศาลฎีกา กรณีที่นายเด่น คำแหล้ มิได้มาศาลตามกำหนดนัด เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งดังกล่าว ว่า ไม่มีบุคคลรู้แน่ว่าจำเลยที่ 1 ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่เท่านั้น ข้อเท็จจริงยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตาย และให้ศาลจังหวัดภูเขียวดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งดังกล่าว ศาลจังหวัดภูเขียวจึงได้มีคำสั่งให้ออกหมายจับจำเลยที่ 1 และปรับนายประกัน ได้มีคำสั่งให้เลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ออกไปเป็นวันที่ 15 มิ.ย.2560” ทนายความศูนย์ศึกษาและพัฒนานักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน  กล่าว
คดีความนี้ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2554 เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตำรวจ และฝ่ายปกครอง สนธิกำลังกันบุกเข้าควบคุมตัวชาวบ้านรวม 10 คน และแจ้งข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนาม มีการแยกสำนวนฟ้อง ออกเป็น 4 คดี 10 ราย ดังนี้ คดีที่ 1 นายคำบาง กองทุย และนางสำเนียง กองทุย คดีที่ 2 นายทอง กุลหงส์ และนายสมปอง กุลหงส์  คดีที่ 3 นายสนาม จุลละนันท์ และคดีที่ 4 นายเด่น คำแหล้ นางสุภาพ คำแหล้ นายบุญมี วิยาโรจน์  นางหนูพิศ วิยาโรจน์ และนางเตี้ย ย่ำสันเทียะ

ในส่วนคดีที่ 4 คือนายเด่น คำแหล้ และพวกรวม 5 คน  ศาลจังหวัดภูเขียวนัดอ่านฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3  เมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2556  โดยยืนตามศาลชั้นต้น ให้จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 4 คือนายเด่น และนางสุภาพ จำคุกเป็นเวลา 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และไม่ให้ประกันตัว เพราะเกรงว่าจะหลบหนี ส่วนอีก 3 ราย ศาลยกฟ้อง โดยจำเลยที่ 1 และที่ 4 ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุก 6 เดือน และศาลไม่อนุญาตฎีกา จำเลยทั้งสองต้องถูกคุมขัง

ต่อมาในวันที่ 9 พ.ค. 2556 ทางสมาชิก คปอ. และพีมูฟ ได้ชุมนุมที่กรุงเทพมหานคร  เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานภาครัฐ และได้ร่วมกันเดินรณรงค์ไปยังศาลฎีกา พร้อมกับยื่นหนังสือขอให้ศาลฎีกาปล่อยตัวจำเลยชั่วคราว ประกอบกับช่วงดังกล่าวทนายความได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาล ซึ่งศาลอนุญาตในเวลาต่อมา และสามารถประกันตัวผู้ต้องหาได้ในที่สุด ผลการยื่นประกันขอให้ปล่อยตัวจำเลยที่ 1 และที่ 4 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา ปรากฏว่าศาลอนุมัติให้ประกันตัวจำเลยทั้ง 2 โดยได้เพิ่มหลักทรัพย์จากรายละ 200,0000 บาท เป็นรายละ 300,000 บาท

ทั้งนี้ นายเด่น คำแหล้ เป็นประธานโฉนดชุมชนโคกยาว ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ และเป็นแกนนำนักต่อสู้สิทธิที่ดินทำกิน ได้หายตัวไปในวันที่ 16 เมษายน 2559 ภายหลังจากเข้าไปหาหน่อไม้ในบริเวณสวนป่าโคกยาว รอยต่อระหว่างเขตป่าสงวนแห่งชาติภูซำผักหนามและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว หายไปนับจากวันดังกล่าว

กระทั่ง ระหว่างวันที่ 7- 8 พ.ค. 60 ได้ร่วมกันจัดเวทีรำลึกความทรงจำการหายตัว 1 ปี และประวัติชีวิตและเส้นทางการต่อสู้ของ "สหายดาวอีปุ่ม" เด่น คำแหล้ ณ วัดทุ่งลุยลาย ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ

รายงานโดย ศรายุทธ ฤทธิพิณ


โพสเมื่อ : 09 พ.ค. 2560

เป็นสื่อพลเมืองเพื่อชุมชน ของเครือข่ายปฎิรูปที่ดินภาคอีสาน คปอ. เพื่อเป็นกระบอกเสียง ติดตาม รายงานปัญหาต่างๆของชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายปฏิบัติที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดินทำกิน และการถูกละเมิดสิทธิในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น

วัตถุประสงค์การนำเสนอ เพื่อสะท้อนให้สังคมโดยรวมรับรู้ และเข้าใจ เพื่อเป็นแนวทางไปสู่การแก้ไขปัญหาที่จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อวิถีการดำเนินชีวิตอันปกติสุขของประชาชน

ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย : นายสมนึก ตุ้มสุภาพ นายถนอมศักดิ์ ระวาดชัย นายสมชัย คำเพราะ

ที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการ : ดร.อลงกรณ์ อรรคแสง นายปราโมทย์ ผลภิญโญ

บรรณาธิการ : นายศรายุทธ ฤทธิพิณ 

กองบรรณาธิการ : สมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน

สถานที่ตั้ง : 501 หมู่ 8 ต.คอนสาร อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ 36180

e - mail yuthsiburi@hotmail.com  โทร 086 978 5629