เป็นสื่อพลเมืองที่ผลิตขึ้นโดยชุมชน เพื่อชุมชน และชุมชนเป็นเจ้าของ รวมทั้งเป็นสื่อที่มีความเป็นอิสระทั้งในด้านความคิด สิทธิ และเสรีภาพ ด้วยการเป็นกระบอกเสียง ติดตาม รายงานปัญหาต่างๆ ของผู้ได้รับผลกระทบที่ต้องต่อสู้กับวิธีคิด และนโยบายปฏิบัติที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานภาครัฐ ทั้งในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดินทำกิน และการถูกละเมิดสิทธิในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น วัตถุประสงค์การนำเสนอ เพื่อสะท้อนให้สังคมโดยรวมรับรู้ และเข้าใจ เพื่อเป็นแนวทางไปสู่การแก้ไขปัญหาที่จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อวิถีการดำเนินชีวิตอันปกติสุขของประชาชน...

 สำนักข่าวปฏิรูปที่ดิน
  จับตาปัญหาที่ดิน
  กฏหมายสิทธิมนุษยชน
  บทความกฏหมาย
  ข่าวกฏหมายสิทธิมนุษยชน
  ข่าว
  ประชาสัมพันธ์
  บทความ
  กวีลุ่มน้ำเซิน
  ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์
  วัฒนธรรมพื้นบ้าน

สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน

 สถิติการเข้าชม

 เว็บเพื่อนบ้าน
     ข่าวกฏหมายสิทธิมนุษยชน
ศาลจังหวัดหล่มสัก นัดสืบพยานโจทก์-จำเลย กรณีเดิม หักข้าวโพด (อ่าน 705 )

Facebook  

ศาลจังหวัดหล่มสัก นัดสืบพยานโจทก์-จำเลย กรณีเดิม หักข้าวโพด

วันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๙ เวลา ๐๙:๐๐ นาฬิกา ศาลจังหวัดหล่มสัก ได้มีการสืบพยานโจทก์-จำเลย ในคดีเเพ่ง คดีหมายเลขดำที่ ๗๗ /๒๕๕๓ ที่ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นโจทก์ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหายทางเเพ่งกับนางมณีรัตน์ คำเบ้า กับพวกรวม ๑๖ คน ตกเป็นจำเลย โดยทั้งหมดเป็นชาวบ้านห้วยกลฑา หมู่ที่ ๖ ต.ปากช่อง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์
สืบเนื่องจากเมื่อประมาณต้นเดือนสิงหาคม ๒๕๔๘ ได้มีการยื่นฟ้องคดีอาญา จำนวน ๑๑ ราย ต่อศาลจังหวัดหล่มสัก ในคดีหมายเลขดำที่ ๘๓๑/๒๕๕๘คดีหมายเลขแดงที่ ๓๔๙/๒๕๕๐ ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดหล่มสัก โจทก์ นางมณีรัตน์ คำเบ้า ที่๑ กับพวกรวม ๑๑ คน จำเลย และได้แยกฟ้องจำเลยซึ่งเป็นเยาวชนต่อศาลจังหวัดเพชรบูรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ในคดีหมายเลขดำที่ ๓๔๐/๒๕๕๘คดีหมายเลขแดงที่ ๘๙/๒๕๕๐ คือนางสาวมะลิ คำหมู่ กับพวกรวม ๒ คน ในข้อหาหรือฐานความผิดพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๓๕ พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.๒๔๘๔ โดยทั้ง ๒ คดีมีพฤติการณ์ในคดีเป็นไปในทำนองเดียวกันกล่าวคือพวกจำเลยที่ถูกฟ้องคดีทั้งหมดได้เข้าไปรับจ้างหักข้าวโพดในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูผาเเดง ในพื้นที่ประมาณ ๙ ไร่ ๔๖ ตารางวา ต่อมาศาลจังหวัดหล่มสักได้มีคำพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ทั้ง ๒ คดี และคดีถึงที่สุดแล้ว
แต่ต่อจากนั้น เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯได้ยื่นเป็นโจทก์ฟ้องเป็นคดีแพ่งอีกครั้งต่อศาลหล่มสัก กับนางมณีรัตน์ คำเบ้า กับพวกอีกครั้ง โดยในครั้งนี้ได้ยื่นฟ้องผู้แทนโดยชอบธรรมของเยาวชนทั้งสองเป็นคดีนี้รวมเข้าไปในคดีนี้ด้วยอีก ๓ ราย เพื่อให้รับผิดทางแพ่งในมูลละเมิดด้วย รวมเป็นจำเลยในคดีนี้ทั้งหมด ๑๖ คน โดยอาศัยข้อหาหรือฐานความผิดอาญา บุกรุก แผ้วถาง ยึดถือครอบครอง อันเป็นการทำลายป่าเเละเป็นอันตรายต่อสัตว์ป่า
ทั้งนี้ อาศัยอำนาจตาม มาตรา ๙๗ เเห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมเเละรักษาคุณภาพสิ่งเเวดล้อม พ.ศ. ๒๕๓๕ เพื่อฟ้องเรียกมูลค่าความเสียหายเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้นรวม ๔๗๐,๙๗๘.๗๙ บาท โดยใช้วิธีจากหลักเกณฑ์การคำนวณเป็นไปตามคู่มือการใช้แบบจำลองสำหรับประเมินค่าเสียหายทางสิ่งแวดล้อมบางประการหลังการทำลายป่าที่จัดทำขึ้นจากหน่วยงานส่วนวิจัยต้นน้ำ สำหรับนักอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำ ของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชฯ ซึ่งเป็นแบบหลักปฏิบัติในการดำเนินคดีแพ่งของพนักงานอัยการที่ต้องมาใช้ประกอบคำฟ้องเป็นคดีแพ่งทั่วประเทศในขณะนี้

ในวันนี้ทางฝ่ายอัยการโจทก์ไม่สามารถติดตามพยานปากอื่นมาเบิกความต่อศาลได้ จึงแถลงหมดพยาน และให้ทางฝ่ายทนายจำเลยสืบพยานต่อไป
ทนายถนอมศักดิ์ ระวาดชัย ทนายศูนย์ศึกษาและพัฒนานักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ได้อ้างส่งคำเบิกความของจำเลย ๓ ราย ที่เคยถูกฟ้องเป็นคดีอาญาที่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องและหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดแล้วต่อศาลแทนการสืบพยาน จากนั้นจึงได้นำพยานเข้าสืบเพิ่มเติมอีก ๒ ปาก คือ นายระวี ถาวร นักวิจัยจากศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และนายอัมรินทร์ สายจันทร์ ทนายความจากมูลนิธินิติธรรมและสิ่งแวดล้อม (EnLaw) ได้มาเบิกความตอบข้อซักถามเพื่อหักล้างการนำแบบจำลองฯมาใช้คิดคำนวณค่าเสียหายที่ไม่มีความแน่นอน โดยอ้างอิงจากงานวิชาการที่อ้างถึงเอกสารงานวิจัยที่มาจากหลายเเห่งในทำนองว่าไม่มีการวิเคราะห์สภาพที่ดินและสภาพป่าไม้จริงในพื้นที่พิพาทโดยละเอียดทั้งก่อนและหลังเกิดข้อพิพาท จึงเป็นข้อมูลที่หยาบเกินกว่าที่จะนำมาใช้คิดคำนวณค่าเสียหายได้ และไม่สอดคล้องกับหลักการทางเศรษฐเศรษศาสตร์โดยปราศจากเศรษฐธรรม

ในระหว่างการสืบพยานได้อ้างส่งเอกสารประกอบการซักถามรวม ๖ ฉบับ จึงเป็นว่าหมดพยานทั้งของโจทก์และจำเลยที่จะนำมาพิสูจน์ คดีเป็นอันเสร็จการพิจารณา

ศาลจังหวัดหล่มสักได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๙ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกาที่จะถึงนี้

ข้อมูลจาก ศูนย์ศึกษาและพัฒนานักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=669122883255590&id=575398222628057

โพสเมื่อ : 30 ต.ค. 2559

เป็นสื่อพลเมืองเครือข่ายปฎิรูปที่ดินภาคอีสาน(คปอ.)เพื่อเป็นกระบอกเสียง ในการติดตาม รายงานปัญหาต่างๆของชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายปฏิบัติที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดินทำกิน และการถูกละเมิดสิทธิในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น

วัตถุประสงค์การนำเสนอ เพื่อสะท้อนให้สังคมโดยรวมรับรู้ และเข้าใจ เพื่อเป็นแนวทางไปสู่การแก้ไขปัญหาที่จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อวิถีการดำเนินชีวิตอันปกติสุขของประชาชน

บรรณาธิการ: นายศรายุทธ ฤทธิพิณ 

ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย: นายสมนึก ตุ้มสุภาพ นายถนอมศักดิ์ ระวาดชัย นายสมชัย คำเพราะ

ที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการ: ดร.อลงกรณ์ อรรคแสง นายปราโมทย์ ผลภิญโญ

กองบรรณาธิการ: สมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน

สถานที่ตั้ง: 501 ม.8 ต.คอนสาร อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ 36180
email. yuthsiburi@hotmail.com โทร 086 978 5629