เป็นสื่อพลเมืองที่ผลิตขึ้นโดยชุมชน เพื่อชุมชน และชุมชนเป็นเจ้าของ รวมทั้งเป็นสื่อที่มีความเป็นอิสระทั้งในด้านความคิด สิทธิ และเสรีภาพ ด้วยการเป็นกระบอกเสียง ติดตาม รายงานปัญหาต่างๆ ของผู้ได้รับผลกระทบที่ต้องต่อสู้กับวิธีคิด และนโยบายปฏิบัติที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากหน่วยงานภาครัฐ ทั้งในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดินทำกิน และการถูกละเมิดสิทธิในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น วัตถุประสงค์การนำเสนอ เพื่อสะท้อนให้สังคมโดยรวมรับรู้ และเข้าใจ เพื่อเป็นแนวทางไปสู่การแก้ไขปัญหาที่จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อวิถีการดำเนินชีวิตอันปกติสุขของประชาชน...

 สำนักข่าวปฏิรูปที่ดิน
  จับตาปัญหาที่ดิน
  กฏหมายสิทธิมนุษยชน
  บทความกฏหมาย
  ข่าวกฏหมายสิทธิมนุษยชน
  ข่าว
  ประชาสัมพันธ์
  บทความ
  กวีลุ่มน้ำเซิน
  ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์
  วัฒนธรรมพื้นบ้าน

สำนักข่าวปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน

 สถิติการเข้าชม

 เว็บเพื่อนบ้าน
     จับตาปัญหาที่ดิน
แผนแม่บทแก้ปัญหาการทำลายป่าฯ หรือจะเป็นยุทธการรื้อบ้าน ไล่คน อีกครั้ง! (อ่าน 1111 )

Facebook  

แผนแม่บทแก้ปัญหาการทำลายป่าฯ หรือจะเป็นยุทธการรื้อบ้าน ไล่คน อีกครั้ง!

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)  ได้ประกาศที่จะยุติความขัดแย้งประเด็นสิทธิในที่ดินทำกินระหว่างชุมชนที่อาศัยอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติกับรัฐไทย ถึงแม้ว่าหัวหน้าคณะผู้ยึดอำนาจการปกครอง พลเอกประยุทธ์ จันโอชา จะร้องขอ “ความร่วมมืออย่างจริงใจและโปร่งใสของทุกฝ่าย” ในการแก้ปัญหา แต่ยุทธวิธีที่ทาง คสช.ได้นำมาใช้จัดการกับชุมชนที่อาศัยอยู่กับป่านั้น ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ส่วนมีร่วมแต่อย่างใด 

ในวันที่ 17 มิถุนายน 2557 คสช. ออกคำสั่งที่ 64/2557  ซึ่งเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่รัฐสามารถปฏิบัติการหยุดการบุกรุกป่าไม้ โดยการไล่รื้อผู้บุกรุกที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และต่อมาในเดือนสิงหาคม ทาง คสช. ก็ได้ประกาศใช้แผนแม่บทแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ฯ ซึ่งเป็นแผนปฏิบัติการสืบเนื่องมาจากคำสั่งที่ 64/2557  โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ในประเทศให้ได้ 40% ภายในสิบปี

วาทกรรมที่เกี่ยวข้องกับแผนแม่บทฯ คือ การกล่าวอ้างว่า “นายทุน”  เป็นผู้ตักตวงผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและเป็นผู้ทำลายป่าไม้ในประเทศ ซึ่งรัฐจะต้องหยุดยั้งนายทุนเหล่านี้ จากนั้นทาง คสช.  ได้ออกคำสั่งที่ 66/2557 ที่ระบุว่าการกระทำใดๆ ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ยากไร้และผู้ไร้ที่ดินทำกินซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมนั้นๆ ก่อนคำสั่งมีผลบังคับใช้  คำสั่งเพิ่มเติมดังกล่าวทำให้ คสช. ดูเหมือนมีความจริงใจและปรารถนาที่จะจัดการกับนายทุน 

แต่ตามที่ทาง คสช.ได้นำเอาแผนแม่. มาประกาศใช้ ชาวบ้านคนยากไร้ที่อาศัยอยู่กับป่ามาหลายทศวรรษกลับถูกทหารและเจ้าหน้าที่รัฐระบุว่าเป็น “นายทุน” ทำให้ชาวบ้านสูญเสียสิทธิที่จะได้รับการปกป้องตามคำสั่งที่  66 และทาง คสช.ยังได้กล่าวหาชาวบ้านในบางพื้นที่โดยปราศจากหลักฐานใดๆ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับวงจรการผลิตลงทุนโดยนายทุนผู้มั่งคั่ง 

ชุมชนและหมู่บ้านหลายแห่งในภาคอีสานได้รับผลกระทบจากคำสั่งดังกล่าวโดยตรง ซึ่ง คสช.ได้ดำเนินการจับกุมชาวบ้าน 17 คน ข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าและได้ทำการยึดพื้นที่ทำกินคืนจากชาวบ้านจำนวน 70 ครัวเรือนในอำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ และเช่นเดียวกันในอำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร ทหารและเจ้าหน้าที่รับได้ดำเนินคดีข้อหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนกับชาวบ้าน 37 คนและทำการตัดต้นยางพาราชาวบ้านทิ้งมากกว่า 383 ไร่ ถ้าหากว่าศาลตัดสินว่าชาวบ้านเป็นผู้บุกรุกจริง พวกเขาจะต้องถูกจำคุกมากถึงสองปี 

ในอำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ชาวบ้านบ่อแก้วและชุมชนโคกยาวกำลังเผชิญกับการไล่รื้อออกจากพื้นที่และที่ทำกินเดิมของตนเองหลังจากที่ทหารได้เข้ามาติดป้ายประกาศให้ย้ายออกจากพื้นที่โดยด่วน และที่ชุมชนบ้านเก้าบาตร อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุริรัมย์ ชาวบ้านมากกว่า 1,000 คนถูกไล่รื้อออกจากบ้านและที่ทำกินเดิมของตนเอง  

ในเดือนพฤศจิกายน คสช. รายงานว่าได้ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกพื้นที่ป่าจำนวน 501 คนและได้เข้ายึดคืนพื้นที่จำนวน 343,750 ไร่ ทั่วประเทศ ปัจจุบันทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกล่าวว่าได้รับร้องเรียนการละเมิดสิทธิในที่ดินทำกินเพียง 32 ราย แต่เชื่อว่ามีชาวบ้านและชุมชนที่ได้รับผลกระทบมากกว่านั้น  

สงครามทวงคืนพื้นที่ป่าของทาง คสช.ได้สร้างผลกระทบอันโหดร้ายและไม่มีประโยชน์อันใด แทนที่จะ.แก้ปัญหาระหว่างทั้งสองฝ่ายอย่างเป็นธรรม แต่กลับเลือกที่จะไม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมพูดคุยเกี่ยวกับความขัดแย้งที่ดินทำกิน การประกาศใช้กฎอัยการศึกทำให้ชาวบ้านไม่สามารถแสดงออกหรือคัดค้านภายใต้การเคลื่อนไหวภาคประชาชนในทุกระดับทางสังคม ชาวบ้านทำได้เพียงแต่รอคอยถึงวันที่พวกเขาจะสามารถแสดงออกและเรียกร้องสิทธิของตนเอง เพื่อที่พวกเขาจะสามารถมีโอกาสได้ทำกินและกลับไปอยู่บนผืนดินของตนเองอีกครั้ง...

จัดทำโดย นายพอล ซัลลิวาน และ นายไวล์เดอร์ นิโคลสัน

ข้อมูลเพิ่มเติม
ติดต่อ:   กลุ่มศึกษาปัญหาที่ดินภาคอีสาน (กป.อพช.) ภาคอีสาน
686/5 ซอยวุฒาราม ถนนหน้าเมือง อ. เมือง จ. ขอนแก่น 40000
โทรศัพท์ /แฟกซ์ 043-228992 /322267


Is The Master Plan to Solve the Deforestation or Yet Another Strategy to Remove and Evict People?!

The National Council for Peace and Order (NCPO) has set out to end a long-standing history of land rights conflicts between the Thai state and communities living in national forest reserve areas.  Despite junta leader Prayut Chan-O-Cha’s request for citizens’ “participation and honesty”  in the matter, the NCPO’s strategy has been less about collaboration and more about amputation when confronting forest communities.  

The NCPO began its campaign in June with the release of Order 64/2557.  The order enables government agencies to put an end to deforestation by removing any encroachers on national reserve lands.  In August the NCPO followed up with a Master Plan describing how to implement Order 64/2557.  The end goal is to increase forest cover in Thailand to 40% within ten years.

A discourse surrounding the Master Plan is that commercial investors’ exploitation of Thailand’s natural resources is responsible for deforestation and must be stopped.  The NCPO appeared sincere in its intentions to target only wealthy investors after releasing Order 66/2557, a supplemental directive which states that government operations must not impact the poor and landless who had lived on the land before the enforcement of Order 64.

Yet, as the NCPO has implemented its master plan, it has repeatedly identified many impoverished villagers who have lived in the forest for decades as “investors.” As a result they have lost the protection of Order 66. In some cases the NCPO has made allegations with scanty evidence that villagers are part of production ring funded by wealthy investors. 

Village communities in the Isaan region have been impacted directly.  At present, the NCPO is charging 17 villagers for trespassing and has seized the farmlands of 70 families in Samchai District, Kalasin.  Similarly, they are charging 37 villagers for trespassing Phuphan District, Sakhon Nakon, and have already destroyed upwards of 383 rais of villagers’ rubber tree farms.  If the villagers are found guilty of these charges, they could be imprisoned for up two years. In Khon San District, Chaiyaphum the villages of Baw Keaw and Khok Yao are facing forced eviction from their homes and farmlands, and have receive notices demanding they evacuate. The NCPO evicted at least 1,000 villagers from their homes and land in Kao Bart village, Non Dindaeng District, Buriram Province.

In November the NCPO reported successful prosecution of over 500 forest encroachers and the seizure of over 300,000 rai of land throughout Thailand. Currently, the National Human Rights Commission has received 32 complaints regarding land rights violations but expects more exist.

The NCPO’s crusade has been terribly efficient.  Instead of democratically resolving a conflict between the two sides, it has physically and politically removed the villagers from the conversation on land tenure altogether.  Martial law has silenced protests from people’s movements on all levels of society, and villagers are left waiting for the day when they can demand their rights and return to their homes.


Produced by Paul Sullivan & Wilder Nicholson
Contact: Isaan Land Rights Issue Study Group (NGO-COD) Northeast
          686/5 Soi Wuttaram, Namunag Rd., Muang District., Khon Kaen 40000
          Tel./Fax. (66) 043-228-992/322267


โพสเมื่อ : 12 ธ.ค. 2557

เป็นสื่อพลเมืองเครือข่ายปฎิรูปที่ดินภาคอีสาน(คปอ.)เพื่อเป็นกระบอกเสียง ในการติดตาม รายงานปัญหาต่างๆของชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายปฏิบัติที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดินทำกิน และการถูกละเมิดสิทธิในรูปแบบต่างๆ เป็นต้น

วัตถุประสงค์การนำเสนอ เพื่อสะท้อนให้สังคมโดยรวมรับรู้ และเข้าใจ เพื่อเป็นแนวทางไปสู่การแก้ไขปัญหาที่จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อวิถีการดำเนินชีวิตอันปกติสุขของประชาชน

บรรณาธิการ: นายศรายุทธ ฤทธิพิณ 

ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย: นายสมนึก ตุ้มสุภาพ นายถนอมศักดิ์ ระวาดชัย นายสมชัย คำเพราะ

ที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการ: ดร.อลงกรณ์ อรรคแสง นายปราโมทย์ ผลภิญโญ

กองบรรณาธิการ: สมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน

สถานที่ตั้ง: 501 ม.8 ต.คอนสาร อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ 36180
email. yuthsiburi@hotmail.com โทร 086 978 5629